ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

เนื่องด้วยประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้นทุกปี การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ทั้งข้อเข่าและข้อสะโพก ก็เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้น แม้ว่าการผ่าตัดจะช่วยลดอาการปวด และช่วยให้คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ แต่การผ่าตัดทุกชนิดย่อมมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นตามมาเสมอ ซึ่งผู้ป่วยควรจะศึกษาให้ทราบถึงข้อดีและข้อเสีย ก่อนการผ่าตัดทุกครั้ง ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมที่ผู้ป่วยควรรู้จัก มี 4 ภาวะแทรกซ้อนหลักๆ ได้แก่ การติดเชื้อข้อเทียมหลังการผ่าตัด, ข้อสะโพกหลุดหลังการผ่าตัด, ความยาวขาไม่เท่ากัน และ กระดูกข้อสะโพกหักหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

 

1.การติดเชื้อข้อเทียมหลังการผ่าตัด (periprosthetic joint infection) เป็นภาวะที่แยกได้ยากจากการอักเสบหลังการผ่าตัดโดยปกติ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องระวังมากขึ้นในคนไข้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ผู้ชาย, อายุมาก, โรคประจำตัว เป็น เบาหวาน โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ, โรคไตเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคเอชไอวี, ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักมากไป หรือผู้ป่วยที่ขาดสารอาหาร, ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติติดเชื้อข้อสะโพกนั่นๆ หรือเคยมีติดเชื้อข้ออื่นๆมาก่อน อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแพทย์ที่ทำการผ่าตัดจะป้องกันด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่จะตามมาอยู่แล้ว

 

2.ข้อสะโพกหลุดหลังการผ่าตัด (Instability) ส่วนใหญ่เกิดจากขนาด และตำแหน่งของการวางข้อเทียมที่ไม่เหมาะสม โดยทั่วไปการรักษาข้อสะโพกเทียมหลุด คือการดึงให้กลับเข้าที่ภายใต้การระงับความรู้สึกผ่านการดมยาสลบ หลังจากนั้นก็ต้องใส่อุปกรณ์เสริมเพื่อกางขาไว้ ส่วนใหญ่ 2 ใน3 ของคนไข้ก็หายจากภาวะข้อหลุดนี้ได้เป็นปกติ แต่อีก 1 ใน 3 ของคนไข้ที่ยังมีภาวะข้อสะโพกหลุดซ้ำซ้อน แนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัดซ้ำเพื่อเปลี่ยน และแก้ไขแนวการวางตัวของข้อเทียม

 

3.ความยาวขาไม่เท่ากัน (Leg-length inequality) ส่วนใหญ่จะพบในคนที่มีความยาขาสองข้างไม่เท่ากันอยู่แล้ว อาการแสดงที่พบ ได้แก่ ปวดเวลาเดิน, เดินกะเผลก, รู้สึกข้อสะโพกหลวม หรือข้อสะโพกหลุดก็ได้ ซึ่งหากผู้ป่วยรู้สึกว่ามีอาการดังกล่าว จะต้องมาพบแพทย์เพื่อประเมินว่าเกิดจากสาเหตุอะไร โดยส่วนใหญ่ สาเหตุที่สำคัญคือ เกิดจากกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างตึงเกินไป ซึ่งอาการจะค่อยๆลดลงหลังจากการผ่าตัด 2 ถึง 3 เดือน หรือในกรณีที่เกิดจากความยาวกระดูกไม่เท่ากัน อาจจำเป็นที่จะต้องตัดพื้นรองเท้าเพื่อเสริมความสูงของขาข้างนั้นๆเพิ่มเติม

 

4.กระดูกข้อสะโพกหักหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Periprsothetic femoral fracture) คือกระดูกหักที่เกิดขึ้นในห้องผ่าตัด หรือ เกิดภายใน 6 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัด อัตราการเกิดอยู่ที่ 0.1 ถึง 5 เปอร์เซนต์ โดยพบมากในคนไข้ที่เป็นผู้หญิง, อายุมาก, มีโรคข้ออักเสบเรื้อรัง เช่น รูมาตอยด์, คนไข้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน หากมีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว การเตรียมความหนาแน่นของมวลกระดูกให้พร้อมก่อนการผ่าตัด เป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

 

การวางแผนการผ่าตัด และการระมัดระวังในขณะผ่าตัดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด แต่ถึงแม้ว่าจะมีการป้องกันด้วยวิธีต่างๆที่ได้กล่าวไป เราก็ไม่สามารถกำจัดภาวะแทรกซ้อนทั้งหมดได้ การประเมินปัจจัยเสี่ยงของคนไข้ และการแนะนำข้อดีข้อเสียในคนไข้ที่มีความเสี่ยงสูงก่อนการผ่าตัดทุกครั้ง เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ต่อการผ่าตัดและต่อตัวคนไข้

 

บทความโดย : พญ.วรรณสิริ คุปต์นิรัติศัยกุล

รูปภาพ:  google